สรุปงาน

เว็บ 8 หน้า ภาษาไทยล้วน · ดีไซน์ editorial (ตัวอักษรมีเชิง โทนสงบ) · หน้าสินค้าแยกตามหมวด · เส้นทาง "ขอใบเสนอราคา" แบบ B2B · Schema + Sitemap ครบ — ดูเว็บจริง: primeserve-liard.vercel.app

โจทย์: ลูกค้าคือเชฟและฝ่ายจัดซื้อ ไม่ใช่คนซื้อของออนไลน์

Primeserve นำเข้าเนื้อ Wagyu ไวน์ และคาเวียร์ ส่งให้โรงแรมและร้านอาหาร คนที่เข้าเว็บคือ เชฟ เจ้าของร้าน และฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งตัดสินใจด้วยเกณฑ์คนละแบบกับผู้บริโภคทั่วไป

สิ่งที่เราทำ

1. เลือกดีไซน์ให้ตรงกับตำแหน่งของแบรนด์

เราไม่ใช้เทมเพลตร้านค้าทั่วไป แต่ใช้แนว editorial — ตัวอักษรมีเชิง (serif) พื้นที่ว่างเยอะ ภาพใหญ่ โทนสีสงบ อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนนิตยสารอาหารมากกว่าเว็บขายของ ซึ่งเป็นภาษาภาพที่กลุ่มโรงแรม/ร้านอาหารพรีเมียมคุ้นเคยและไว้ใจ

2. แยกหน้าตามหมวดสินค้าให้ค้นเจอตรงจุด

Wagyu ญี่ปุ่น · Wagyu ออสเตรเลีย · ไวน์นำเข้า · คาเวียร์ Ossetra · หมูพรีเมียม ฯลฯ แยกเป็นหน้าของตัวเอง เพราะฝ่ายจัดซื้อค้นด้วยชื่อสินค้าเฉพาะ ไม่ได้ค้นคำกว้าง ๆ การแยกหน้าทำให้แต่ละหน้ามีเนื้อหาลึกพอที่ Google จะจัดอันดับให้ได้จริง

3. เส้นทาง "ขอใบเสนอราคา" แทนตะกร้าสินค้า

ทุกหน้าจบด้วยการชวนขอใบเสนอราคา/ติดต่อฝ่ายขาย ไม่ใช่ปุ่มซื้อ เพราะ conversion จริงของธุรกิจนี้คือ การเปิดบทสนทนา ไม่ใช่การจ่ายเงินทันที

4. ภาษาไทยล้วน (บทเรียนจากหน้างานจริง)

เวอร์ชันแรกเรามีระบบสองภาษา แต่พอดูจากผู้ใช้จริงแล้วลูกค้าเป็นคนไทยทั้งหมด การมีปุ่มสลับภาษาที่ไม่มีใครใช้ทำให้หน้าเว็บรก และเสี่ยงเรื่องหน้าเนื้อหาซ้ำในสายตา Google — เราจึงตัดเหลือภาษาเดียว ทำให้เว็บสะอาดขึ้นและโครงสร้าง SEO ชัดขึ้น

5. พื้นฐาน SEO/AEO เท่ากับทุกเว็บที่เราทำ

Schema องค์กร + สินค้า, Sitemap, meta ครบทุกหน้า, โหลดไว (เว็บ static ไม่มีปลั๊กอินหนัก ๆ), และระบบสถิติของลูกค้าเอง — มาตรฐานเดียวกันหมดไม่ว่าจะแพ็กไหน

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ตอนนี้

สิ่งที่เคสนี้สอนเรา

เว็บธุรกิจ B2B ไม่ได้แข่งกันที่ "สวย" แต่แข่งกันที่ ทำให้คนอ่านเชื่อว่าเราส่งของได้จริง สม่ำเสมอ — งานออกแบบจึงต้องเริ่มจากคำถามว่าลูกค้าของลูกค้าเราคือใคร ไม่ใช่เริ่มจากเทมเพลตที่มีอยู่